รูปแบบการจัดสัมมนา

รูปแบบของการสัมมนานั้นมีหลากหลาย โดยสามารถแบ่งเป็นหัวข้อ ดังต่อไปนี้

1. รูปแบบการจัดสัมมนาโดยใช้เทคนิคการอภิปราย แบ่งเป็น

  • การอภิปรายเป็นคณะ (Panel Discussion) จะต้องใช้กลุ่มของผู้ทรงคุณวุฒิตั้งแต่ 3 คนขึ้นไปจนถึง 10 คน
  • การอภิปรายแบบซิมโพเซี่ยม (Symposium) เหมาะสำหรับการสัมมนาวิชาการ
  • การอภิปรายแบบบุซเซสสั่น (Buzz Session) เป็นการประชุมที่เปิดโอกาสให้ผู้ร่วม มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในระยะสั้น ๆ
  • การอภิปรายแบบบทบาทสมมติ (Role Playing) ผู้เข้าประชุมมีโอกาสแสดงบทบาท สมมติ ในสถานการณ์ใดสถานการณ์หนึ่งเหมือนสถานการณ์จริง
  • การอภิปรายแบบตอบกลับ (Circular Response) กลุ่มสมาชิกประมาณ 8 – 15 คน โดยจัดที่นั่งเป็นรูปวงกลม
  • การอภิปรายโต๊ะกลม (Round Table) เหมาะสำหรับการประชุมผู้บริหารและนักธุรกิจ ที่สนิทสนมและต้องการความเป็นส่วนตัว
  • การอภิปรายแบบถาม – ตอบ (Dialogue)
  • การอภิปรายแบบฟอรัม (Forum) เป็นการสัมมนาที่เน้นการตั้งคำถามและตอบคำถาม
  • การอภิปรายกึ่งสัมภาษณ์ (Colloquy Method) ลักษณะคล้ายการโต้วาทีระหว่างผู้ร่วม กับผู้วิทยการ
  • การอภิปรายกลุ่มย่อย (Group Discussion) เป็นการสัมมนาตั้งแต่ 6 – 20 คน ในเรื่อง ที่สนใจร่วมกัน เพื่อสรุปผล และหาแนวทางการแก้ปัญหา

2. รูปแบบการจัดสัมมนาโดยใช้เทคนิคการประชุม แบ่งเป็น

  • การประชุมแบบระดมสมอง (Brainstorming) เปิดโอกาสให้ทุกคนแสดงความคิดเห็น และได้มีเสรีภาพในการพูดอย่างกว้างขวาง
  • การประชุมแบบร่วมโครงการ (Joint – Venture Meeting) ใช้ในการประชุมตกลงทางธุรกิจ รัฐวิสาหากิจหรือองค์การค้าระหว่างประเทศ
  • การประชุมแบบรับช่วง (Sub Contract Meeting) นิยมใช้ในการประชุมตกลงของหน่วยงานภาคเอกชน หรือหน่วยงานของรัฐวิสาหกิจ
  • การประชุมแบบคอนเวนชั่น (Convention)
  • การประชุมแบบเชิงปฏิบัติการ (Workshop) เป็นการสัมมนาที่มีผู้เข้าประชุมสามารถมีส่วนร่วมได้เต็มที่
  • การประชุมปรึกษาหรือการประชุมอภิปราย (Training Meeting) เป็นการสัมมนาที่มีการสอนหรือให้ความรู้ในสาขาวิชาเฉพาะผู้เข้าสัมมนา

3. รูปแบบการจัดสัมมนาโดยใช้เทคนิคอื่น ๆ แบ่งเป็น

  • การบรรยาย (Lecture of Speech) ใช้ผู้ทรงคุณวุฒิเพียงรายเดียวต่อผู้ฟังจำนวนมาก
  • การอบรมระยะสั้น (Short Courses) เป็นการสัมนา หรือการเรียนบางวิชาอย่างเร่งรัด ภายในระยะเวลาอันสั้น
  • การปฐมนิเทศ (Orientation Training) เป็นการสัมมนาใหความรู้เกี่ยวกับองค์กรแก่ สมาชิกใหม่
  • การสาธิต (Demonstration)
  • สถานการณ์จำลอง (Simulation)
  • การแบ่งกลุ่มเล็ก (Knee Group) เป็นการสัมมนากลุ่มย่อย ตั้งแต่ 3 – 5 คน ในเรื่องที่ ผู้สัมมนาสนใจร่วมกัน

สำหรับรีสอร์ตที่มีห้องสัมมนาสวยงามหรูหรา ประดับด้วยงานศิลปะ และวัสดุตกแต่งตระการตา แต่ขาดการจัดที่นั่งภายในห้องสัมมนาที่ดีก็อาจทำให้การสัมมนานั้นไม่สำเร็จลุล่วงด้วยดี การจัดแบบที่นั่งภายในห้องสัมมนาแบ่งได้ 2 กลุ่มใหญ่ ๆ

กลุ่มแรก คือ การจัดโต๊ะในการสัมมนาใหญ่ แบ่งเป็น

การจัดที่นั่งแบบในโรงภาพยนตร์ (Theater Style) ควรมีเนื้อที่อย่างน้อย 6 ตารางฟุต 1 ที่นั่ง เป็นแบบนที่นิยมมากที่สุดการจัดที่นั่งแบบนี้จะจัดแบบมีโต๊ะหรือไม่มีก็ได้ตามความเหมาะสม
การจัดแบบที่นั่งในห้องเรียน (Schoolroom Style) เป็นการจัดรูปบบที่นั่งภายในห้องสัมมนา ที่มีประสิทธิภาพ ผู้ฟังสามารถจดบันทึก และมีส่วนร่วมได้อย่างดี เหมาะสำหรับกลุ่มที่มี ผู้สัมมนาเป็นจำนวนมาก ๆ
กลุ่มที่สอง เป็นการจัดโต๊ะในการประชุมย่อย แบ่งเป็น

  • การจัดแบบตัว U (U 3 shape Style) เหมาะสำหรับการประชุมซึ่งมีผู้เข้าร่วมสัมมนาไม่มาก แต่ได้ประสิทธิภาพดีที่สุด
  • การจัดแบบโต๊ะกลม (Roundtable Style) เป็นการจัดสัมมนาสบาย ๆ ที่สามารถเสิร์ฟอาหาร ว่างได้ระหว่างการสัมมนา และสามารถแบ่งผู้เข้าร่วมสัมมนาได้เป็นกลุ่ม ๆ

หลังจากเรียนรู้และเข้าใจการสัมมนาโดยภาพรวมแล้ว เมื่อผนวกเข้ากับการท่องเที่ยวก็นับเป็น การทำงานนอกสถานที่ที่มีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น น่าดีใจแทนกลุ่มสมาชิกของบริษัท หรือองค์กรที่มีงบ สัมมนาตลอดปีมากมาย เพราะนอกจากจะได้ทำงานนอกสถานที่บ่อยครั้งแล้ว ยังมีเวลาให้เลือก พักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติสวยของรีสอร์ท และสถานที่เที่ยวใกล้เคียง "เรียกว่าได้ทั้งงาน สุขภาพกาย สุขภาพใจ"

ที่มาจาก : นิตรสาร Trips Magazine